ระบบไหลเวียนเลือด
หัวใจสูบฉีดเลือดยังไง หลอดเลือดแต่ละแบบต่างกันตรงไหน ความดันโลหิตกับคอเลสเตอรอลบอกอะไรเกี่ยวกับสุขภาพหัวใจของคุณบ้าง
หัวใจของคุณเต้นไปแล้วกี่ครั้งวันนี้
ถ้าคุณอายุ 30 ปี หัวใจของคุณเต้นมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านครั้ง โดยไม่เคยหยุดพักแม้แต่วินาทีเดียว มันทำงานหนักขนาดนี้ได้ยังไง แล้วตัวเลขอย่าง “ความดัน” กับ “คอเลสเตอรอล” ที่หมอชอบพูดถึง จริง ๆ แล้วมันบอกอะไรเกี่ยวกับหัวใจคุณกันแน่
หัวใจ: ปั๊ม 4 ห้องที่ไม่เคยหยุดพัก
หัวใจมี 4 ห้อง แบ่งเป็นห้องบน 2 ห้อง (เอเทรียม) และห้องล่าง 2 ห้อง (เวนตริเคิล) ทำงานร่วมกับลิ้นหัวใจ 4 ชิ้นเป็นวงจรต่อเนื่อง [ref-016]
เส้นทางเลือดในแต่ละรอบ: เลือดที่ใช้ออกซิเจนไปแล้วไหลเข้าเอเทรียมขวา → ผ่านลิ้นหัวใจไปเวนตริเคิลขวา → สูบไปฟอกที่ปอดให้รับออกซิเจนใหม่ → กลับเข้าเอเทรียมซ้าย → เวนตริเคิลซ้าย → สูบออกทางเอออร์ตาไปเลี้ยงทั่วร่างกาย แล้ววนกลับมาเริ่มใหม่ [ref-016]
อัตราการเต้นหัวใจ ขณะพักของผู้ใหญ่ทั่วไปอยู่ที่ 60-100 ครั้ง/นาที ถือว่าปกติ คนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมออาจมีอัตราต่ำถึง 40 ครั้ง/นาทีได้โดยไม่ผิดปกติ เพราะหัวใจแข็งแรงพอที่จะสูบเลือดปริมาณเท่าเดิมด้วยจำนวนครั้งน้อยลง [ref-020]
หลอดเลือด 3 แบบ ที่ทำหน้าที่ไม่เหมือนกันเลย
เลือดไม่ได้ไหลผ่านท่อแบบเดียวกันทั้งหมด แต่มีหลอดเลือด 3 ชนิดที่ออกแบบมาคนละแบบ [ref-019]
- หลอดเลือดแดง (Artery) — ผนังหนาและยืดหยุ่น เพราะต้องทนแรงดันสูงจากการบีบตัวของหัวใจโดยตรง ไม่มีลิ้นกันเลือดไหลย้อนเพราะแรงดันจากหัวใจแรงพอที่จะดันเลือดไปข้างหน้าอยู่แล้ว
- หลอดเลือดดำ (Vein) — ผนังบางกว่า แรงดันต่ำกว่ามาก จึงต้องมีลิ้นเล็ก ๆ คอยกันไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับตอนที่มันค่อย ๆ ไหลกลับเข้าหัวใจ
- เส้นเลือดฝอย (Capillary) — บางที่สุด ผนังหนาแค่เซลล์เดียว เป็นจุดที่ออกซิเจนและสารอาหารซึมผ่านเข้าสู่เนื้อเยื่อจริง ๆ และรับคาร์บอนไดออกไซด์/ของเสียกลับ
ความดันโลหิต: ตัวเลข 2 ตัวที่บอกอะไรได้เยอะกว่าที่คิด
ตัวเลขบนคือความดัน “ซิสโตลิก” (แรงดันตอนหัวใจบีบตัว) ตัวเลขล่างคือ “ไดแอสโตลิก” (แรงดันตอนหัวใจคลายตัวพัก) [ref-017] American Heart Association แบ่งระดับไว้ดังนี้ [ref-017]:
| ระดับ | ซิสโตลิก | ไดแอสโตลิก | |
|---|---|---|---|
| ปกติ | ต่ำกว่า 120 | และ | ต่ำกว่า 80 |
| เริ่มสูง (Elevated) | 120-129 | และ | ต่ำกว่า 80 |
| ความดันสูงระยะ 1 | 130-139 | หรือ | 80-89 |
| ความดันสูงระยะ 2 | 140 ขึ้นไป | หรือ | 90 ขึ้นไป |
| วิกฤต ต้องพบแพทย์ทันที | สูงกว่า 180 | และ/หรือ | สูงกว่า 120 |
ความดันสูงเรื้อรังทำให้ผนังหลอดเลือดแดงต้องทนแรงดันเกินความจำเป็นซ้ำ ๆ นานวันเข้าผนังหลอดเลือดจะเสื่อมและแข็งตัวขึ้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาหัวใจและหลอดเลือดหลายอย่าง (ดูรายละเอียดในหมวด 07: เข้าใจโรคผ่านการทำงานของร่างกาย)
คอเลสเตอรอล: ไม่ได้แย่ทั้งหมด แต่มีตัวที่ต้องระวัง
คอเลสเตอรอลมี 2 ตัวหลักที่มักถูกพูดถึง [ref-018]
LDL (“คอเลสเตอรอลตัวร้าย”) เป็นตัวที่พาไขมันไปสะสมเป็นคราบในผนังหลอดเลือด ยิ่งค่าต่ำยิ่งดีต่อหัวใจ
HDL (“คอเลสเตอรอลตัวดี”) ทำหน้าที่ตรงข้าม คือพาคอเลสเตอรอลส่วนเกินกลับไปกำจัดที่ตับ ค่านี้อยากให้สูง (มากกว่า 60 mg/dL ถือว่าดี) ยิ่งสูงยิ่งช่วยปกป้องหัวใจ
พูดง่าย ๆ คือ LDL สูง = เสี่ยงคราบไขมันอุดหลอดเลือด ส่วน HDL สูง = มีตัวช่วยคอยเก็บกวาดไขมันส่วนเกินออกไป
สรุป
หัวใจเป็นปั๊ม 4 ห้องที่ทำงานร่วมกับหลอดเลือด 3 ชนิดแบบไม่เคยหยุด ความดันโลหิตบอกว่าผนังหลอดเลือดกำลังทนแรงดันมากแค่ไหน ส่วนคอเลสเตอรอลบอกว่ามีไขมันสะสมเสี่ยงอุดตันหรือมีตัวช่วยเก็บกวาดมากน้อยแค่ไหน ทั้งหมดนี้เชื่อมโยงกับพฤติกรรมประจำวัน โดยเฉพาะการเคลื่อนไหว/ออกกำลังกาย ซึ่งจะอธิบายเจาะลึกในหมวด 06: การออกกำลังกาย
- [ref-016] American Heart Association — How the Healthy Heart Works
- [ref-017] American Heart Association — Understanding Blood Pressure Readings
- [ref-018] MedlinePlus (U.S. National Library of Medicine, NIH) — High blood cholesterol levels
- [ref-019] Lumen Learning (Anatomy & Physiology II) — Structure and Function of Blood Vessels
- [ref-020] Mayo Clinic — Heart rate: What's normal?