สุขภาพในหญิงตั้งครรภ์: ร่างกายแม่เปลี่ยนแปลงมากกว่าที่ตาเห็น
ทำไมปริมาตรเลือดของแม่ถึงเพิ่มขึ้นเป็นลิตร หัวใจทำงานหนักขึ้นแค่ไหน และฮอร์โมนอะไรที่อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้
ร่างกายแม่ต้องเลี้ยงดูสองชีวิตพร้อมกัน
การตั้งครรภ์ไม่ได้เป็นแค่การที่มีทารกโตอยู่ในมดลูก แต่เป็นการที่ระบบไหลเวียนเลือดทั้งหมดของแม่ต้องปรับตัวขนานใหญ่เพื่อรองรับความต้องการของทารกที่เพิ่มขึ้นทุกสัปดาห์ (โครงสร้างและการทำงานปกติของหัวใจ อ่านเพิ่มที่บทความ ระบบไหลเวียนเลือด)
ปริมาตรเลือดเพิ่มขึ้นเป็นลิตร
ปริมาตรเลือดของแม่เพิ่มขึ้นราว 1.5 ลิตร เพื่อรองรับทั้งความต้องการของทารกในครรภ์และชดเชยเลือดที่จะเสียไปตอนคลอด [ref-096] นี่ไม่ใช่ตัวเลขเล็ก ๆ — เทียบเท่ากับการเพิ่มปริมาตรเลือดในร่างกายขึ้นราว 30-45% จากปกติ
หัวใจทำงานหนักขึ้นแค่ไหน
การเต้นของหัวใจ (cardiac output) เพิ่มขึ้นราว 40% ตลอดการตั้งครรภ์ และที่น่าประหลาดใจคือเพิ่มขึ้นถึง 75% ทันทีหลังคลอด เพราะมดลูกที่เคยกดทับหลอดเลือดดำใหญ่ในช่องท้องไม่ได้กดทับอีกต่อไป ทำให้เลือดไหลกลับเข้าหัวใจได้สะดวกขึ้นทันที [ref-096] เลือดที่ไหลไปเลี้ยงมดลูกเองก็เพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าเมื่อเทียบกับก่อนตั้งครรภ์ [ref-096] เพื่อส่งสารอาหารและออกซิเจนให้ทารกที่กำลังเติบโต
ฮอร์โมนที่อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด
การเปลี่ยนแปลงขนาดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยฮอร์โมนเฉพาะของการตั้งครรภ์ [ref-096]:
- โปรเจสเตอโรน — ทำให้หลอดเลือดขยายตัวและกระตุ้นการหายใจให้ลึกขึ้น
- ไนตริกออกไซด์และพรอสตาแกลนดิน — ช่วยขยายหลอดเลือดส่วนปลายตั้งแต่ไตรมาสแรก
- รีแลกซิน — กระตุ้นการหลั่งไนตริกออกไซด์เพิ่มเติม ทำให้หลอดเลือดทั่วร่างกายขยายตัวและความดันโลหิตลดลงในช่วงต้นของการตั้งครรภ์
(อ่านเพิ่มเรื่องฮอร์โมนเพศและระบบสืบพันธุ์โดยรวมที่บทความ ระบบสืบพันธุ์ และ ระบบฮอร์โมน)
ทำไมความดันโลหิตถึงมักลดลงในช่วงต้นของการตั้งครรภ์
หลายคนแปลกใจที่ความดันโลหิตมักลดลงในไตรมาสแรกและสอง ทั้งที่ปริมาตรเลือดเพิ่มขึ้นมาก — คำตอบคือฮอร์โมนที่ขยายหลอดเลือดข้างต้นมีฤทธิ์แรงพอที่จะลดความต้านทานของหลอดเลือดโดยรวม แม้ปริมาตรเลือดจะเพิ่มขึ้น ความดันจึงยังลดลงได้ในช่วงแรกก่อนจะค่อย ๆ กลับสู่ระดับปกติในไตรมาสสุดท้าย
สรุป
การตั้งครรภ์ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดของแม่เปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ ปริมาตรเลือดเพิ่มขึ้นราว 1.5 ลิตร หัวใจทำงานหนักขึ้นราว 40% และพุ่งสูงถึง 75% ทันทีหลังคลอด เลือดที่ไหลไปเลี้ยงมดลูกเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า ทั้งหมดนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยฮอร์โมนอย่างโปรเจสเตอโรน ไนตริกออกไซด์ และรีแลกซิน ที่ทำให้หลอดเลือดขยายตัวและความดันโลหิตมักลดลงในช่วงต้นของการตั้งครรภ์ก่อนจะกลับสู่ปกติในไตรมาสสุดท้าย