เส้นทางของแอลกอฮอล์: จากแก้วที่ดื่ม สู่สมองและตับที่ต้องรับภาระ
ตามรอยแอลกอฮอล์ ตั้งแต่ดูดซึมเข้าเลือดอย่างรวดเร็ว ออกฤทธิ์ที่สมอง จนถูกตับเผาผลาญด้วยความเร็วคงที่ที่เร่งไม่ได้
ดูดซึมเร็วกว่าอาหารทั่วไป
แอลกอฮอล์ถูกดูดซึมทางทางเดินอาหารส่วนต้นได้เร็วกว่าสารอาหารทั่วไปมาก ความเร็วในการดูดซึมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งอาหารที่กินร่วม เพศ การสูบบุหรี่ และความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่ม [ref-116] นี่คือเหตุผลที่ดื่มตอนท้องว่างถึงรู้สึกผลเร็วกว่าดื่มพร้อมมื้ออาหาร
ออกฤทธิ์ที่สมอง: จับกับตัวรับ GABA
เมื่อแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสเลือดและไปถึงสมอง มันจะจับกับตัวรับ GABA อย่างรุนแรง กระตุ้นระบบยับยั้งของสมองให้ทำงานมากขึ้น ผลที่ตามมาคือความง่วงซึม ความคิดสับสน และการเคลื่อนไหวที่ประสานงานแย่ลง [ref-116] (โครงสร้างสมองและระบบประสาทโดยรวม อ่านเพิ่มที่บทความ ระบบประสาท)
อาการจะรุนแรงขึ้นตามระดับแอลกอฮอล์ในเลือด ตั้งแต่รู้สึกผ่อนคลายที่ระดับต่ำ ไปจนถึงระบบหายใจถูกกดและอาจเสียชีวิตได้ที่ระดับสูงมาก [ref-116]
ตับ: อวัยวะเดียวที่เผาผลาญแอลกอฮอล์ ด้วยความเร็วที่เร่งไม่ได้
ตับเป็นอวัยวะหลักที่เผาผลาญแอลกอฮอล์ผ่านเอนไซม์ alcohol dehydrogenase (ADH) เปลี่ยนแอลกอฮอล์ให้กลายเป็นอะซีตัลดีไฮด์ [ref-116] (บทบาทของตับในการเผาผลาญสารต่าง ๆ อ่านเพิ่มที่บทความ ระบบตับ)
จุดสำคัญที่หลายคนไม่รู้คือ อัตราการเผาผลาญแอลกอฮอล์ของตับคงที่ไม่ว่าจะดื่มมากแค่ไหน — กาแฟ น้ำเปล่า อาหาร หรือการออกกำลังกาย ไม่ได้ช่วยเร่งความเร็วนี้เลย ตับจะเผาผลาญได้ในอัตราเท่าเดิมเสมอ ไม่ว่าคุณจะพยายามทำอะไรก็ตาม
เมื่อดื่มซ้ำ ๆ ต่อเนื่อง: ตับสะสมไขมัน
การดื่มแอลกอฮอล์ซ้ำ ๆ ต่อเนื่องส่งผลให้ตับสะสมไขมันมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะกระบวนการเผาผลาญแอลกอฮอล์ไปรบกวนการเผาผลาญไขมันปกติของตับ (รายละเอียดเต็ม ๆ อ่านที่บทความ ไขมันพอกตับ)
สรุป
แอลกอฮอล์เดินทางจากทางเดินอาหารเข้าสู่เลือดอย่างรวดเร็ว ไปออกฤทธิ์ที่สมองโดยจับกับตัวรับ GABA ทำให้เกิดอาการง่วงซึมและความคิดสับสน ก่อนถูกตับเผาผลาญด้วยอัตราคงที่ที่ไม่มีอะไรเร่งได้ การดื่มซ้ำ ๆ ต่อเนื่องยังส่งผลให้ตับสะสมไขมันมากขึ้นในระยะยาว